เมขลา

เรื่องจากต่างประเทศ

เทพตกยาก: เมื่อคนไต้หวันขอเลขจากเทพ แล้วทิ้งรูปเคารพนับหมื่นองค์ในยุคหวยใต้ดิน

โดย กองบรรณาธิการ · เผยแพร่

ภาพประกอบปก: ศาลเจ้าที่หลังเล็กมีรูปเคารพเรียงบนชั้น บางองค์ล้ม พร้อมควันธูป และหัวเรื่อง ขอเลขจากเทพ ไม่ถูกก็ทิ้งเทพ

สรุป

  • กลางทศวรรษ 1980 หวยใต้ดิน "ต้าเจียเล่อ" (大家樂) ระบาดทั่วไต้หวัน โดยใช้เลขท้ายของสลากรัฐ "อ้ายกั๋วเจี่ยงเฉวี้ยน" (愛國獎券) เป็นผลรางวัล
  • คนจำนวนมากไปขอเลข (求明牌) ตามศาลเจ้าที่และศาลผีไร้ญาติ พอไม่ถูกก็มีคนทุบ เผา หรือทิ้งรูปเคารพลงแม่น้ำ จนเกิดคำว่า "เทพตกยาก" (落難神明)
  • วันนี้มีคนรับรูปเคารพที่ถูกทิ้งไปดูแลรวมกันหลายหมื่นองค์ ส่วนรัฐบาลเลือกหยุดออกสลากรัฐในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530)
  • การขอเลขไม่ได้เปลี่ยนโอกาสถูกรางวัล ข้อมูลของเมขลาเองก็ชี้ว่าเลขใบ้ในข่าวไทยถูกพอ ๆ กับการสุ่ม

ในช่วงที่หวยใต้ดินต้าเจียเล่อรุ่งเรืองในไต้หวัน การขอเลขจากเทพเจ้ากลายเป็นกิจกรรมของคนทั้งเกาะ และเมื่อเลขไม่ออก บางคนก็หันไปลงโทษรูปเคารพที่ตัวเองเคยกราบไหว้ เรื่องนี้ทิ้งร่องรอยไว้เป็นรูปเคารพที่ถูกทิ้งนับหมื่นองค์ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลไต้หวันตัดสินใจเลิกสลากของรัฐเองในปี ค.ศ. 1987

บทความนี้เล่าเรื่องในฐานะประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ไม่ได้ตัดสินความเชื่อของใคร และไม่ได้อธิบายวิธีเล่นหวยใต้ดินแต่อย่างใด

สลากรัฐที่หวยใต้ดินเอาไปใช้

สลาก "อ้ายกั๋วเจี่ยงเฉวี้ยน" (愛國獎券 แปลตรงตัวว่า "สลากรักชาติ") ออกโดยรัฐบาลมณฑลไต้หวันผ่านธนาคารแห่งไต้หวัน งวดแรกออกในเดือนเมษายน ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) และอยู่คู่สังคมไต้หวันนาน 37 ปี รวม 1,171 งวด ยอดขายรวมกว่า 6.89 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน (วิกิพีเดียภาษาจีน: 愛國獎券)

ตั้งแต่ราว ค.ศ. 1985 หวยใต้ดินชื่อ "ต้าเจียเล่อ" (大家樂 แปลว่า "ทุกคนสนุก") แพร่ไปทั่วไต้หวัน หวยนี้ไม่มีการออกรางวัลของตัวเอง แต่ใช้เลขสองตัวท้ายของสลากรัฐเป็นผล เพราะคนเชื่อถือว่าสลากรัฐออกรางวัลอย่างโปร่งใส ผลก็คือทุกครั้งที่สลากรัฐใกล้ออกรางวัล "เลขเด็ด" (明牌) ก็ระบาดไปทั่ว แหล่งข้อมูลเดียวกันบันทึกว่ามีคนเหมารถทัวร์จากไทเปลงไปไหว้ขอเลขที่ศาลเจ้าทางภาคกลางและภาคใต้ ไปจนถึงศาล "โหย่วอิ้งกง" (有應公) ซึ่งเป็นศาลของดวงวิญญาณที่ไม่มีญาติ

เมื่อเลขไม่ออก เทพก็ "ตกยาก"

นิตยสาร Mirror Media (鏡週刊) ของไต้หวันทำสารคดีชุด "เรื่องของเทพตกยาก" เมื่อปี ค.ศ. 2017 เปิดเรื่องว่า ในยุคต้าเจียเล่อ คนไต้หวันไหว้เทพเพื่อขอเลข แล้วเมื่อแพ้ก็ "แก้แค้น" ด้วยการฟัน เผา และโยนรูปเคารพทิ้งลงแม่น้ำหรือทะเล รูปเคารพเหล่านี้ถูกเรียกว่า "เทพตกยาก" (落難神明) (鏡週刊, 27 พ.ย. 2017)

สารคดีพาไปพบคนสองคนที่รับรูปเคารพที่ถูกทิ้งมาดูแล

  • ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในไถจง วางรูปเคารพเทพเจ้าที่ (土地公) ไว้ในห้องเรียนเก่ามากกว่า 6,000 องค์ รวมที่อยู่ในกล่องแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นองค์ หนึ่งในนั้นคือรูปจี้กงที่ถูกฟันศีรษะไปครึ่งหนึ่ง เพราะเจ้าของแทงต้าเจียเล่อแล้วไม่ถูก เพื่อนของเจ้าของเห็นว่าไม่ควรปล่อยไว้จึงเก็บมาให้ (鏡週刊 ตอนที่ 1)
  • ช่างแกะสลักรูปเคารพในเมืองเถาหยวน รับรูปเคารพไว้ในบ้านสี่ชั้นมากกว่าหนึ่งหมื่นองค์ เขาเล่าว่าช่วงที่ต้าเจียเล่อเฟื่องฟูเป็นช่วงที่มีคนทิ้งรูปเคารพมากที่สุด คนขอเลขแล้วไม่ถูกก็โกรธเทพ บางศาลเจ้าที่ถูกขโมยรูปเคารพหรือถูกทำลาย ทุกวันนี้เขายังรับรูปเคารพเข้ามาราวเดือนละ 60 องค์

ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าการทิ้งรูปเคารพสะท้อนความทุกข์ของคนมากกว่าตัวเทพ สารคดีสรุปด้วยประโยคว่า "ที่ตกยากไม่ใช่เทพ แต่เป็นคน"

ทางสถิติ: ขอเลขแล้วโอกาสเปลี่ยนไหม

ภรรยาของช่างแกะสลักเคยเปิดร้านขายสลาก เมื่อนักข่าวถามว่าร้านเคยขายรางวัลใหญ่ไหม เขาตอบว่าเคย แต่ "ถูกหรือไม่ถูกขึ้นกับยอดขาย ขายมากก็ถูกมาก ทุกอย่างคือความน่าจะเป็น" (鏡週刊)

คำตอบนี้ตรงกับหลักสถิติ ในการออกรางวัลที่สุ่มจริง เลขทุกเลขมีโอกาสเท่ากันทุกงวด ไม่ว่าจะได้เลขมาจากศาล ความฝัน หรือการสุ่มเอง การขอเลขจึงไม่ได้เพิ่มหรือลดโอกาส สิ่งที่เปลี่ยนได้คือความรู้สึกมั่นใจของผู้ซื้อ ร้านที่ขายได้มากก็มีผู้ถูกรางวัลมากตามไปด้วย ส่วนคนที่ขอเลขแล้วไม่ถูกซึ่งมีจำนวนมากกว่ามากมักไม่มีใครพูดถึง

ปลายทางของสลากรัฐ

ปัญหาต้าเจียเล่อกระทบทั้งสังคมและตัวสลากรัฐเอง รัฐบาลลดความถี่การออกสลากลงเหลือเดือนละงวด แล้วในวันที่ 18 ธันวาคม ค.ศ. 1987 ก็ประกาศเลิกออกสลาก งวดสุดท้าย (งวดที่ 1,171) ออกเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530) ผู้ขายสลากจำนวนมากซึ่งหลายคนเป็นผู้พิการและผู้สูงอายุเสียรายได้ จนมีการประท้วงที่หน้าสภาบริหาร (วิกิพีเดียภาษาจีน: 愛國獎券)

เส้นเวลาสลากรัฐไต้หวัน ค.ศ. 1950–1987 และยุคต้าเจียเล่อ
เส้นเวลาสลากอ้ายกั๋วเจี่ยงเฉวี้ยนและหวยใต้ดินต้าเจียเล่อ เมขลา (เรียบเรียงจากวิกิพีเดียภาษาจีนและ 鏡週刊)

เทียบกับสลากไทย

ภาพคนไปขอเลขตามศาลในไต้หวันใกล้กับสิ่งที่คนไทยคุ้นเคย ทั้งการขอเลขจากต้นไม้ใหญ่ ศาลเจ้า หรือความเชื่อที่มีชื่อเสียงอย่างไอ้ไข่ วัดเจดีย์ ความเชื่อเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมทั้งสองสังคม ข้อแตกต่างคือในไต้หวันยุคนั้น กระแสขอเลขผูกอยู่กับหวยใต้ดินที่ใหญ่จนรัฐเลือกปิดสลากของตัวเอง

สลากกินแบ่งรัฐบาลของไทยออกรางวัลโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผลที่ใช้ขึ้นเงินได้ต้องตรวจกับ glo.or.th และการเล่นหวยใต้ดินในไทยผิดกฎหมาย

ข้อมูลจากเว็บเรา

เมขลาเก็บเลขใบ้ที่สื่อไทยรายงานไว้ทุกงวด แล้วนำมาเทียบกับผลจริง ผลออกมาคล้ายคำตอบของช่างแกะสลัก

  • เลขใบ้จากข่าว 6,863 ชิ้น ใน 226 งวด ถูกรางวัลรวม 175 ครั้ง ถ้าสุ่มเลขจำนวนเท่ากันเองคาดว่าจะถูกราว 182.6 ครั้ง (อ่านบทความเต็ม)
  • เลขที่สื่อรายงานในนามไอ้ไข่ 97 งวด ถูก 5 เลข เทียบกับค่าคาดหมายถ้าสุ่ม 5.1 เลข (อ่านบทความเต็ม)

กล่าวคือ เลขที่ได้จากการขอหรือจากข่าวถูกพอ ๆ กับการสุ่ม ไม่ได้ดีกว่าและไม่ได้แย่กว่า

แหล่งอ้างอิง

  1. 【鏡相人間】沒有神的所在 落難神明的故事 · 鏡週刊 Mirror Media · 27 พ.ย. 2560
  2. 【落難神明的故事之一】人心比鬼更恐怖 · 鏡週刊 Mirror Media · 27 พ.ย. 2560
  3. 愛國獎券 · วิกิพีเดียภาษาจีน

เครดิตภาพ

  • ภาพประกอบปก: ศาลเจ้าที่มีรูปเคารพเรียงบนชั้น · ภาพสร้างด้วย AI (Google Gemini) จัดวางหัวเรื่องโดยเมขลา · เนื้อหาของเมขลา
  • เส้นเวลาสลากรัฐไต้หวัน ค.ศ. 1950–1987 และยุคหวยใต้ดินต้าเจียเล่อ · เมขลา (เรียบเรียงจากวิกิพีเดียภาษาจีนและ Mirror Media) · เนื้อหาของเมขลา

เรียบเรียงโดยกองบรรณาธิการ มี AI ช่วยค้นคว้าและร่าง ตรวจทานโดยบรรณาธิการ

อ่านต่อ